ระบบกรองน้ำบาดาล คือ กระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินให้สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสำหรับการอุปโภคบริโภค ซึ่งต้องอาศัยการกรองสิ่งสกปรก ตะกอน แร่ธาตุ สารเคมี และเชื้อโรคต่างๆ โดยมีขั้นตอนการทำงานตั้งแต่การสูบน้ำขึ้นมาพัก การปรับสภาพ และการกรองในขั้นสุดท้าย
ประเภทของระบบกรองน้ำบาดาล
ระบบกรองน้ำบาดาลสามารถแบ่งได้ตามการใช้งานและลักษณะของน้ำ
· สำหรับบ้านเรือนและชุมชน: ระบบสำหรับกรองน้ำบาดาลที่นำมาใช้ในครัวเรือน ชุมชน โรงแรม หรือโรงงานขนาดเล็ก มักจะประกอบด้วยหลายขั้นตอนเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้สะอาด
· สำหรับการผลิตน้ำประปา: ระบบกรองน้ำบาดาลที่ออกแบบมาเพื่อผลิตน้ำประปาให้ใช้ในหมู่บ้านหรือชุมชนโดยเฉพาะ
หลักการทำงานและขั้นตอน
ระบบกรองน้ำบาดาลทำงานโดยอาศัยหลักการต่างๆ เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนในน้ำ
1. การสูบน้ำ: สูบน้ำจากใต้ดินขึ้นมาพักในถังพักน้ำ
2. การปรับสภาพน้ำ: ปรับปรุงคุณภาพน้ำในด้านต่างๆ เช่น การกรองคาร์บอนเพื่อกำจัดสารเคมีและกลิ่น หรือการกรองเรซิ่นเพื่อกำจัดความกระด้างและหินปูน
3. การกรองขั้นสุดท้าย: กรองน้ำในขั้นสุดท้ายเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดและปลอดภัย เช่น ระบบอาร์โอ; Reverse Osmosis (RO), ระบบยูเอฟ; Ultrafiltration (UF)
ฆ่าเชื้อโรค: เติมคลอรีนในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจปะปนมาในน้ำ หรือใช้แสงยูวี หรือก๊าซโอโซน เป็นต้น
4. การจ่ายน้ำ: แจกจ่ายน้ำที่ผ่านการกรองแล้วไปยังจุดใช้งานต่างๆ
ข้อดีของระบบกรองน้ำบาดาล
· ทำให้น้ำสะอาดและปลอดภัย: ปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลให้มีความสะอาด ปราศจากสิ่งเจือปน และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างปลอดภัย
· แก้ปัญหาน้ำบาดาลมีกลิ่น: สามารถกำจัดกลิ่นเหม็นที่มาจากน้ำบาดาลได้
· ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ: ช่วยให้ชุมชนหรือบ้านเรือนมีแหล่งน้ำใช้เพียงพอ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการติดตั้ง
· การประเมินคุณภาพน้ำ: ก่อนติดตั้ง ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำบาดาล เพื่อเลือกประเภทของระบบกรองที่เหมาะสมกับสภาพน้ำ
· การคำนวณขนาดระบบ: คำนวณขนาดของระบบกรองน้ำที่ต้องการตามปริมาณการใช้น้ำต่อวัน เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ