ระบบฆ่าเชื้อในน้ำมีหลายวิธี ได้แก่ ระบบคลอรีน ซึ่งมีราคาถูกและหาซื้อง่าย แต่ต้องปรับค่า pH ให้เหมาะสม, ระบบ UV ที่ใช้แสงอัลตราไวโอเลตฆ่าเชื้อโรคโดยไม่ใช้สารเคมี และระบบโอโซน ซึ่งมีประสิทธิภาพแต่มีราคาสูงและอาจไม่เหมาะกับบางพื้นที่ นอกจากนี้ การต้มน้ำ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการฆ่าเชื้อโรคโดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน
ระบบฆ่าเชื้อในน้ำ
- ระบบคลอรีน:
- เป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ราคาไม่แพง และหาซื้อง่าย ทั้งในรูปผง เม็ด หรือน้ำ
- มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคและมีฤทธิ์ตกค้างเพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ
- ประสิทธิภาพจะดีที่สุดเมื่อค่า pH ของน้ำอยู่ในช่วง 7.2–7.8
- หากน้ำขุ่น ควรปล่อยให้ตกตะกอนและกรองผ่านผ้าสะอาดก่อน
- ระบบ UV:
- ใช้แสง UV-C ที่มีความยาวคลื่นประมาณ 254 นาโนเมตร ทำลาย DNA และ RNA ของจุลินทรีย์.
- เป็นวิธีที่ไม่มีการใช้สารเคมี ทำให้รักษารสชาติและกลิ่นของน้ำได้
- เหมาะสำหรับทั้งที่อยู่อาศัยและธุรกิจบริการ
- ต้องมีการดูแลรักษา เช่น การเปลี่ยนหลอด UV ตามระยะเวลาที่กำหนด
- ระบบโอโซน:
- ใช้ก๊าซโอโซนที่ผลิตขึ้นมาเพื่อบำบัดน้ำ
- มีประสิทธิภาพสูงและไม่มีสารตกค้างในน้ำ แต่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษาที่สูงกว่า
- โอโซนจะสลายตัวได้เร็ว และอาจเป็นอันตรายต่อตาและระบบหายใจหากมีปริมาณมากเกินไป
- การต้มน้ำ:
- เป็นวิธีที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรคทุกชนิด
- เหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉิน หรือในกรณีที่น้ำอาจมีปรสิต
- ควรต้มอย่างน้อย 1นาที และหากอยู่ในพื้นที่สูงควรต้มอย่างน้อย 2 นาที